แล้วฉันก็ได้เรียนรู้..
ความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่ดีที่สุด
ขอเพียงไม่ยอมแพ้
แล้วฉ้นก็ได้เรียนรู้..
ต่อให้ชีวิตต้องยากลำบากแสนสาหัสสักเพียงไหน
ขอเพียงไม่ยอมแพ้
แล้วฉันก็ได้เรียนรู้..
ฉันจึงมีวันนี้
อยู่ที่นี่ครบ 14 เดือนถ้วนแล้วค่าาาา ^^
.
.
.
เอาละ ไหนมาดูกันซิว่า
เกิดอะไรที่เป็นที่สุดบาง ตลอดช่วง 14 เดือนที่ผ่านมา
เริ่มกันเลยนะฮะ ^^
สุดที่ 1 :: ถึกที่สุด
ย้ายออกจากหอเข้ามพาร์ตเมนต์ด้วยตัวคนเดียว ทำทุกอย่างตั้งแต่ซื้ออาหารสด อาหารแห้ง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ตั้งแต่เข้าเวบหาแหล่ง เลือก ขับรถไปซื้อ ขนขึ้นรถ ลากขึ้นห้อง ประกอบชิ้นส่วน จัดที่จัดทาง จัดทุกอย่างเข้าที่ ติดต่อให้มาติดตั้งเคเบิลทีวี โทรศัพท์บ้าน อินเตอร์เนต ฯลฯ อีกจิปาถะ ด้วยตัวเอง ในขณะที่เพิ่งอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึง 5 สัปดาห์
สุดที่ 2 :: เพ้อเจ้อที่สุด
เข้าใจว่าด้วยความเหงาจัด ไม่ชินกับการอยู่แบบไม่มีครอบครัวและเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยเป็นเวลานานๆ เลยแอบคิดไปว่า คนที่มาวนเวียนให้เห็นเรื่อยๆ จะมาสนใจ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีคำพูดให้รู้สึกดี การกระทำอะไรเพียงน้อยนิดก็สามารถเอามาฝันหวานได้หมด เป็นอย่างนี้อยู่ ระยะนึง เพ้อเจ้อจริงๆ แตสุดท้ายก็ตาสว่างมานานมากแล้ว ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าคิดลงไปได้ไง -"-
สุดที่ 3 :: กังวลที่สุด
ด้วยความผิดพลาดในอดีตที่สั่นคลอนความมั่นใจ เกียรติ ศักดิ์ศรี ฯลฯ ทำให้ตั้งใจไว้ว่า มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ทุกอย่างจะต้องดีกว่าที่เคยเป็นมา ทำให้การเีรียน Quarter แรกเต็มไปด้วยความเครียดกดดัน ซ้ำร้ายยังเลือกลงวิชายากด้วยความไม่รู้ และเจอเพื่อนร่วมทำงานกลุ่มไม่ดี เพิ่มความกดดันซ้ำลงไปอีก
สุดที่ 4 :: ภูมิใจที่สุด
ต่อเนื่องจากสุดที่แล้ว แม้จะต้องเจอกับความเครียด ความกดดัน กังวลต่างๆ นานา แต่แล้วก็ผ่านพ้นมันมาได้ สามารถเอาชนะตัวเองได้ด้วย A 2 ตัว และ A- อีกตัว ทำให้้มีชื่ออยู่ใน Dean's List ตั้งแต่ Qaurter แรก โย่ โย่
สุดที่ 5 :: เฟล (Fail) ที่สุด
หลังจากฝันหวานว่าจะได้ฉลองวันเกิด 2 ที คือ กับเพื่อนใหม่ที่นี่ กับเพื่อนเก่าและครอบครัวที่บ้าน จึงจัดการว่าจะกลับบ้านหลังวันเกิด 1 วัน .. แต่สุดท้ายก็ทำให้ต้องเฟลอย่างที่สุด เมื่อมีตัวเปรียบเทียบอย่างแรงเป็นเจ้าของวันเกิดอีกคน เพื่อนรุ่นพี่จากสถาบันเดียวกัน แต่อยู่ที่นี่มานานแล้ว ทำให้มีเพื่อนฝูงมากมาย แถมแบตฯมือถือตัวเองยังหมดอีก ท่ามกลางผู้คนมากมาย ในขณะที่เจ้าของวันเกิดคนนึงกำลังมีความสุขที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูงมากมาย มีโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาดสาย เจ้าของวันเกิดอีกคนนึงกลับเศร้าสลดหดหู่ เสียใจที่ตัดสินใจผิด ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น พ่อโทรมาสุขสันต์วันเกิด ไม่ทันได้คุย มือถือก็ดับไปเสียแล้ว .. เป็นครั้งแรกที่เมามาก ไปร้องให้คนเดียวในห้องน้ำ ออกมาแล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัดสินใจเมาจะให้จบๆ กันไป เมาจนแฮงค์ข้ามไปอีกวัน ปวดหัวตลอดทั้งวัน เป็นวันเกิดที่จะจำไปจนตาย
สุดที่ 6 :: เฟล (Fail) ที่สุดของที่สุด
หลังจากที่กลับมาที่นี่อีกครั้ง จากที่ไม่เคยเกิดอาการเศร้า คิดถึงบ้าน สิ้นหวังถึงขีดสุด ก็ได้เจอจนได้ .. ตลอด 1 เดือนเต็มๆ นับจากวันที่พ่อแม่และน้องกลับไปหลังปีใหม่ ร้องให้ทุกวัน ทุกวันจริงๆ ตลอด 1 เดือน สมองเฝ้าคิดวนเวียนว่าทำไมถึงต้องพาตัวเองมาเจออะไรต่างๆ เหล่านี้ด้วย ทำไมต้องหาเรื่องใส่ตัว นี่น่ะหรือที่เคยคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ฉันมาทำอะไรที่นี่ คิดแม้กระทั่งถ้ากลับไปตอนนี้จะทำอะไร ห่างหายไปจากวงเพื่อนฝูง ปฏิเสธเกือบทุกคำชวน เก็บตัวอยู่กับตัวเอง อยู่กับห้อง ไม่มีอารมณ์แม้จะเล่นกับสัตว์เลี้ยง .. แต่จนแล้วจนรอด ทุกครั้งที่คิดอยากยอมแพ้ หน้าพ่อแม่ก็ลอยมา พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่อยากให้ท่านต้องเสียใจ สิ้นเปลืองเวลา เงินทอง ให้กับความคิดโง่ๆ อีก .. 1 เดือนแห่งความซึมเศร้า
สุดที่ 7 :: ประหลาดที่สุด
เพิ่งมาคิดได้ที่นี่เองว่า นับตั้งแต่เกิดและโตมาจนวันนี้พ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างดีขนาดไหน ได้เติบโตท่ามกลางสังคมดีๆ คนดีๆ ทำให้ไม่ค่อยมีภูมิต้านทานคนเลวสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะโตมาแบบเข้าอกเข้าใจผู้คนรอบข้าง โลก และสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่แล้วก็มีบทเรียนชีวิตอีกบทจนได้ .. แล้วก็ได้รับรู้ว่าคนแบบนี้ก็มีในโลก คนที่เมื่อแรกพบคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนที่ดีกันได้ ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นะ คนที่หยิบยื่นน้ำใจให้ไปแต่กลับได้ความเห็นแก่ตัว และแล้งน้ำใจเป็นสิ่งตอบแทน คนที่เจอเรื่องราวต่างๆ จนตัดสินใจไม่ขอคบเป็นเพื่อน คนที่ยังไม่สามารถตัดได้ขาดเสียทีเดียว เหตุเพียงเพราะพ่อแม่สอนมาให้เป็นคนดี มีมารยาทในสังคม คนที่ขยันสร้างความลำบากใจไม่เว้นแต่ละวันในการถือวิสาสะ เชิญตัวเองมาร่วมวงอยู่เรื่อยๆ คนที่เพื่อนพร่ำบอกอยู่ว่าเขามาสนใจ คนที่ฉันเฝ้าปฎิเสธคำบอกเล่าของเพื่อนเสมอว่าไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ฯลฯ .. และธาตุแท้ก็ปรากฏอีกครั้งหลังจาก ทริปที่ได้เที่ยวด้วยกัน ความในใจที่ถูกเปิดเผยจากการดูแลคนป่วย การเอาใจใส่ คำชวนไปนั่นนี่อย่างต่อเนื่อง ข้อความทั้งใน e-mail และ sms การแสดงความเอ็นดูที่น่าขยะแขยง .. จนกระทั่งถึงวันที่เขาคนนั้นตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางเดินใหม่อย่างเงียบๆ กลายเป็นความเงียบ เพิกเฉย ถูกกระทำเหมือนไร้ตัวตนท่ามกลางผู้คนมากมาย .. การกลับลำ เปลี่ยนความสนใจมากที่เ้พื่อนร่วมห้องของฉัน การกระทำที่เหมือนฉันมองคนนั้นกับตัวเองในกระจก การที่ฉันประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างเป็นทางการ กับผลข้างเคียงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกันออกมา จากกลุ่มเพื่อนที่สร้างมาเองกับมือด้วยน้ำใจและความจริงใจ .. สิ่งที่เจอกับตัวทำให้ฉันสะเทือนไม่น้อยเลย จนกระทั่งตั้งตนเป็นศัตรูอย่างชัดเจน ตั้งใจว่าจะตอกกลับไปให้สาสม แต่แล้วฉันก็ไม่สามารถทำเลวเทียบเท่าได้ .. ความจริงของสุดครั้งนี้ได้ปรากฏอีกครั้ง เมื่อเพื่อนร่วมห้องของฉันรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับที่ฉันเคยรู้สึก และลงท้ายด้วยการหันหลังให้กันและกัน อีกราย ..
สุดที่ 8 :: น้อยใจที่สุด
ฉันรู้ตัวดีว่าเป็นคนอ่อนไหว Sensitive โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่รัก ที่แคร์ .. ความน้อยใจจึงเกิดขึ้น เมื่อเพื่อน 2 คนที่ฉันพามาให้รู้จักกัน ตกลงปลงใจคบหากันในที่สุึด หนึ่งในนั้นคือเพื่อนที่ฉันถือว่าสนิทที่สุดในเมืองสีเทาในเวลานั้น .. ความดีใจที่ในที่สุดจะได้มีเพื่อนสนิทเพศเดียวกันที่นี่ มลายหายไป ความน้อยเนื้อต่ำใจเข้ามาแทนที่ ต่อไปนี้คงไม่มีเวลาให้กันเหมือนเก่า ต่อไปนี้คงต้องอยู่ตัวคนเดียว ปราศจากเพื่อนสนิทอีกครั้ง ต่อไปนี้อะไรๆ คงย้อนกลับไปที่เก่า ที่ซึ่งเดียวดายและซึมเศร้าแห่งนั้น ฉันต้องอยู่กับตัวเองคนเดียวอีกครั้ง .. คำพูดตรงไปตรงมา ได้รับคำตอบว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง หากฉันรู้ มันไม่มีทางเหมือนเดิมหรอก อย่างน้อย ฉันเองนี่ล่ะ ที่จะเดินห่างออกมา ด้วยไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร .. แต่แล้วการกระทำอย่างจริงใจของฉัน ก็ทำให้คนขี้หึงหาประเด็นมาเคืองกันจนได้ ถูกเคืองลับหลังที่ัฉันไม่รู้ว่าไปทำอะไรตอนไหน ถึงแม้จะขึ้หึงขนาดไหน หากฉันควรจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะคิดไปทางนั้นได้ ไม่ใช่หรือ แล้วมันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ
สุดที่ 9 :: น้อยใจที่สุดของที่สุด
สืบเนื่องมาจากสุดที่ 7 เป็นผลมาจากความจริงใจ ไม่หลอกตัวเองและคนอื่นของฉัน การสิ่งที่ได้รับคือ เหมือนถูกกันออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่สนิทที่สุด มิตรภาพที่สะสมมา ความจริงใจที่มีให้กัน ดูเหมือนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่ของคนนั้น ความเกรงใจของเพื่อนกลายเป็นดาบสองคม ทำให้ฉันถูกกันออกมา จะได้ไม่ต้องรู้เห็นการกระทำของคนนั้น กลายเป็นคนจริงใจต้องอยู่ตัวคนเดียว .. หลังจากการระงับสติอารมณ์ ฉันจึงตัดสินใจที่จะไม่แคร์ เสียเพื่อนได้ ก็สร้างใหม่ได้ ให้เหมือนกับที่เคยทำมาแล้ว ด้วยตัวตนของฉันแบบนี้นี่ล่ะ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันอยู่แล้ว อะไรๆ จะเป็น ก็ปล่อยให้มันเป็นไปเสีัยเถอะ ฉันออกมานอกกรอบแล้ว
สุดที่ 10 :: อ้วนที่สุึด
แว้กกก .. ประเด็นนี้ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเลย นิสียเสียสองอย่างที่เป็นต้นเหตุของที่สุดเรื่องนี้ .. หนึ่งคือ เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ง่ายเกินไป ง่ายจน อร่อยไปทุกอย่าง -"- สองคือ เวลาเครียดแล้วจะกินๆๆๆ และกิน ภายใน quater เดียวน้ำหนักก็พุ่งพรวด และเพิ่มอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกหลายเดือน จนกระทั่งถึงจุดอ้วนสุดในชีวิต -"- .. แต่ขอแสดงความยินดีกับตัวเอง ที่ตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้วนะคะ ^^"
สุดที่ 11 :: ซึ้งที่สุด
เพราะจากบ้านมาไกลเป็นระยะเวลานาน ต้องพึ่งพาตัวเองทุึกอย่าง และได้พบเจอการกระทำของคนหน้าใหม่ จึงได้เรียนรู้ว่า ครอบครัวและเพื่อนเก่า คือคนที่รัก จริงใจ และหวังดีกับเรามากที่สุด เห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่จากมันมา (ชั่วคราว) นี่เอง .. เมื่อปลายปีที่แล้วที่กลับไปบ้านตอนปิดเทอม แค่เอ่ยปากบอกแม่ว่าอยากตักบาตร เย็นวันเดียวกันนั้นก็มีอาหารสำหรับตักบาตรเตรียมพร้อมไว้บนโต๊ะ .. เมื่อเพื่อนเก่าหนึ่งในกลุ่มที่คบกันมานานกว่า 10 ปีจะแต่งงาน บรรดาเพื่อนๆ ก็กลับมารวมตัวกันเหนียวแน่นโดยไม่ได้นัดหมาย ส่งผลยาวนานให้ยังคงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง รู้ซึ้งว่า นี่ล่ะ คือกลุ่มคนที่เรารู้จักรู้ใจ รู้ตื้นลึกหนาบางกันจริงๆ .. เพื่อนเก่าอีกกลุ่มที่ตอนนี้กระจัดกระจาย บ้างก็ทำงาน บ้างก็เรียนอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แต่ความผูกพันยังคงเหนียวแน่น ยังคงติดต่อ รับรู้ ช่วยเหลือกันอยู่เ้สมอ นี่ล่ะ อีกกลุ่มที่รัก เข้าใจ และหวังดีกับเราจริงๆ .. ซึ้งดีมั้ยคะ :-)
สุดที่ 12 :: วงจรชีวิตเพี้ยนที่สุึด
ด้วยความที่ช่างละเอียด (ประชด) จึงไม่เคยดูก่อนสมัครเรียนว่าที่นี่ตารางเรียนเป็นยังไง มารู้อีกทีก็ตอนลงทะเบียนเรียน Quarter แรก จึงได้ตรัสรู้ว่า ทุกวิชาเริ่มเรียนตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป =_=' .. จากที่ไม่ชินอย่างแรงในตอนแรก จัดระบบชีวิตประจำวันไม่ถูก มั่วซั่วไปหมด จนพยายามนอนเร็วตื่นเช้า พยายามสำเร็จและไม่สำเร็จเป็นพักๆ จนในที่สุดก็ยอมแพ้ให้ระบบเพี้ยนแต่โดยดี ยอมมั่ง ไม่ยอมมั่ง ผลสุดท้ายเลยกลายเป็นคนสามารถถ่างตาอยู่จนสว่างคาตาได้เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเวลาว่าง (เวลลล) แต่เวลามีงานที่ต้องสะสางจริงๆ สมองมักจะปิดเร็วผิดวิสัย ^^" เจริญดีมั้ยคะ
สุดที่ 13 :: ขับรถที่สุด
อันนี้เมื่อไม่นานมานี่เอง อยู่ในช่วงปิดเทอม Summer ขับรถขึ้นไปหาคุณเจนที่แคนาดา แล้วก็ขับเทีั่ยวกันต่อไป Kelowna ต่อด้วย Banff แล้วก็ Jasper รวมระยะเวลา 7 วันแล้วได้ระยะทางกว่า 2,000 ไมล์ พิสูจน์ได้ว่า สถาบันที่ให้ปริญญาตรีมาสร้างความถึกให้จริงๆ ^^" .. บทพิสูจน์ความล้าของร่างกายที่ชัดเจนที่สุดคือ คืนหนึ่ง ณ ที่พักใน Jasper National Park ที่ควรจะเรียกว่าหมดสติ ตั้งแต่ 1 ทุ่ม ยาวไปจนถึง 8 โมงเช้า o_O" คิดดูแล้วกันนะคะ ว่าถึกขนาดไหน
สุดที่ 14 :: เหลือเชื่อที่สุด
เรื่องที่สุดเรื่องสุดท้าย แต่ไม่ได้หมายความว่ามีความสำคัญน้อยที่สุดแต่อย่างใด (หยอดซะ ^^") เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรื่องราวของความรักมักจะมาในเวลาที่เราคิดถึงมันน้อยที่สุด เกิดในรูปแบบที่เกินคาดคิด มันจะมาเมื่อถึงเวลาจริงๆ โดยที่ไม่มีสัญญาณใดๆ บอกล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย มาเร็ว และเกาะติดเหนียวแน่น มิหนำซ้ำยังมาในแบบที่ทำให้ความเชื่อ ทัศนคติบางอย่างที่สะสมอยู่กับตัวมานานถูกสั่นคลอน จนตัวฉันก็แทบจะไม่เชื่อในการตัดสินใจของตัวเองอยู่เหมือนกัน .. ยังไงก็ช่างเถอะค่ะ ตัดสินใจไปแล้ว และคิดว่าตัดสินใจถูกต้องในระดับหนึ่ง ในเมื่อมาถึงวันนี้แล้ว ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดเรื่องที่มาอีกต่อไป ปัจจุึบันทำให้ดีเข้าไว้ ถึงแม้อนาคตยังไม่รู้ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปแล้วกันนะคะ ^^
ลมหนาวและดาวเดือน - ปนัดดา เรืองวุฒิ
... ไม่รู้ค่ำคืนนี้ เมื่อเธออยู่ตรงนั้น
จะเห็นดาวดวงเดียวกัน กับฉันไหม สักครั้งที่เธอเห็น แสงดาวทอประกาย ก็ยังเหมือนเรา ได้พบกัน
ดึกดื่นคืนร้าง น้ำค้างยอดหญ้าคา ไหลลู่ลงมา สะท้อนแสงจันทร์ อยากหยุดเดือนดาว เก็บลมหนาวไว้นานๆ เพราะเธอจะมา อยู่ในหัวใจ ...
ป.ล.
1. วันนี้ทรหดแบบไม่มีเหตุผล -"- ขณะนี้เวลาท้องถิ่น 7:26am
2. HBD น้องหนูบัวบาน เอ้ย ใบบัวในนี้อีกทีนะจ๊ะ หลานอี๊ 1 ขวบถ้วนแล้ว ^^
3. วันพุธนี้ ปิดเทอม 6 สัปดาห์จะหมดแล้ว ฮือๆๆ T^T
4. ง่วงงง ฮือๆๆๆ (เพื่อไรเนี่ย -"-)
edit @ 2005/09/19 21:59:48