2005/Oct/11




ในบรรดาหลายต่อหลายสิ่งที่ฉันช่างสรรหาเหตุผล ที่มาที่ไป จนเข้าใจ ฉันได้ค้นพบอีกหลายสิ่ง ที่คนช่างคิดอย่างฉันก็ไม่อาจเข้าใจได้

หนึ่งในนั้น ..
สูบบุหรี่เพื่ออะไร?


.. มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ ใบยาสูบ ในใบยาสูบจะมีสารประเภท อัลคาลอยด์ชนิดหนึ่ง คือ นิโคติน สารพิษที่มีผลร้ายแรงต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือดภายในร่างกาย และนอกจากนี้บุหรี่ยังมีสารพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ อีกนับพันชนิดเช่น ทาร์ ไฮโดรคาร์บอน ฯลฯ ซึ่งนับว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคร้ายนานับประการ ..

(reference : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์)


โอเค ฉันไม่อาจเข้าถึงสัจธรรมของ Smoker เพราะฉันไม่เคยมีแม้เสี้ยวของความคิดที่จะลิ้มลอง
แต่ใครๆ ก็รู้ดีถึงโทษของมันไม่ใช่หรือ?

น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย
ทั่วโลกรณรงค์การงดสูบบุหรี่
วันงดสูบบุหรี่โลก พื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ ฯลฯ แต่ทำไมนับวันจำนวนคนสูบบุหรี่ของคนรอบตัวฉันจึงมากขึ้นทุกที?

เมืองแห่งเสรี ที่ใครจะทำอะไรก็ได้
ตราบใดที่ยังไม่ริดรอนสิทธิเสรึภาพของผู้อื่น
เมืองที่คำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญ
หากคนสูบบุหรี่ ยังคงพบเห็นได้ทั่วไป
แทบจะไม่มีคนไหนที่ฉันรู้จัก ที่ไม่สูบบุหรี่
ผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่ คนหนุ่มสาว วัยรุ่น

น่าแปลกดีมั้ยคะ?

ฉันยอมรับว่า เคย มีความคิดต่อต้านคนสูบบุหรี่ขั้นรุนแรง
ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคนนั้นจะน่ายกย่องนับถือเพียงใด
หากฉันได้รู้ว่าเขาคนนั้นสูบบุหรี่
ความชื่นชม ทัศนคติเชิงบวก จะถูกลบทิ้งไปโดยอัตโนมัติ

หากกาลเวลาที่ผ่านไป สร้างความเข้าใจให้กับฉัน
มันเป็น สิทธิส่วนบุคคล
ตราบใดที่มันไม่สร้างความเดือดร้อนให้เรา ก็จงอย่าไปยุ่งกับเขา

แต่วันนี้ ฉันกลับต้องมาทบทวนความคิดนี้อีกครั้ง มันไม่สร้างความเดือดร้อนให้ฉันจริงหรือ?


.. Cigarettes burn for approximately 12 minutes, but smokers usually only inhale for 30 seconds. As a result, cigarettes are spewing second-hand smoke into the air for non-smokers to breathe ..
(reference: Canadian Cancer Society)


.
.
.

หลังจากจบปริญญาตรี
แม้ทุกคนจะแยกย้ายไปตามทางของตน
หากเรายังคงมีเวลามารวมตัวกัน พักระหว่างทาง
คืนหนึ่ง ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านราชดำเนิน
บนโต๊ะอาหาร .. กว่า 10 ชีวิต ที่สุมควันบุหรี่
กับอีก 1 ชีวิตที่สูดควัน
.. ขับรถกลับบ้านด้วยอาการมึนงง เหมือนสูบบุหรี่เอง หลายซอง

ช่วงเวลาปิดภาคเรียนเป็นเวลา 6 สัปดาห์
จากเพื่อนธุรกิจสู่มิตรภาพ
บนโต๊ะริมระเบียง คนต่างชาติต่างภาษามากมาย
เสียงหัวเราะ อาหาร แอลกอฮอล์ ซิการ
เกือบ 10 ชีวิตกำลังรื่นรมย์กับสรรพสิ่งตรงหน้า
กับอีก 1 ชีวิตกำลังขาดอาการบริสุทธ
.. ขับรถกลับบ้านด้วยอาการมึนงง เหมือนสูบซิการ์เอง ทั้งกล่อง

ความหิวโหย หลังเลิกเรียน
ร้านอาหารที่ไม่งดสูบบุหร
เติมสารอาหารให้กะเพราะ
.. เติมสารพิษให้ปอด
ท่ามกลางผู้คนมากมาย และหมู่ควันที่ลอยวนเวียนในร้าน
1 ชีวิตที่ขอออกไปยืนนอกร้าน ทันทีที่เห็นคนใกล้ๆ เริ่มหยิบบุหรี่
.. ขับรถกลับบ้านด้วยอาการปวดหัวจี๊ด จากความเพลีย และเหตุที่ไม่ได้ก่อ

คืนวันศุกร์ ช่วงเวลาแห่งความรื่นเริง
คนไทยไกลบ้าน พักผ่อน พบปะ เฮฮา
เสียงเพลงคาราโอเกะ กระหึ่ม
หลาย 10 ชีวิต เติมบุหรี่เข้าปอด
กับอีก 1 ชีวิต ที่ร่วมใช้อากาศหายใจ
.. ขับรถกลับบ้านด้วยความอาการมึนงง เหมือนแย่งบุหรี่ของคนทั้งร้านมาสูบเอง
.. ต้อนรับวันใหม่ด้วยเสียงแหบแห้ง

คืนวันเสาร์ถัดมา เวลาหลังร้านอาหารปิด
เสียงดนตรีเมามัน
การรวมตัวจากความฝันร่วมกัน
เพียงไม่กี่ชีวิต ที่หยิบบุหรี่ขึ้นจุด
กับอีกชีวิต ที่สุดจะเลี่ยง อีกครึ่ง
.. เส้นเสียงที่แสดงอาการ กำลังใจที่ถดถอย ด้วยเหตุที่ไม่ได้ก่อ
.. กลับบ้านด้วยอาการเอือมสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ผิดหวังกับตัวเอง จากเหตุที่ไม่ได้ก่อ
.. ร่างกายที่อ่อนเพลีย สะสม แสดงอาการต่อเนื่องไปหลายวัน

.
.
.

เข้าใจเราเถอะนะคะ
ถ้าไม่เพื่อตัวเอง ไม่เพื่อคนที่คนคุณรัก
ก็เพื่อคนอื่น ที่คุณไม่มีสิทธิไปทำลาย
คนที่ยังมีอีกหลายคนรัก และรักตัวเอง

หรือฉันผิดเอง ที่เข้าไปอยู่สถานการณ์แบบนั้น?




ป.ล.
1. ขอโทษหากไปล่วงล้ำขอบเขตของใคร แต่ขอให้ลองคิดดูนะคะ
2. ยังคงปวดหัว เพลีย และรู้สึกแย่กับอาการทางร่างกายของตัวเอง ที่เกิดจากเหตุที่ไม่ได้ก่อ
3. ถึงบรรดาคนใกล้ตัว ที่เข้ามาอ่าน .. ไม่ได้ว่า ไม่ได้ห้าม ไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่าใดๆ แต่อย่างให้เข้าใจ เท่านั้นเอง




edit @ 2005/10/11 03:39:06

2005/Sep/19




แล้วฉันก็ได้เรียนรู้..

ความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่ดีที่สุด
ขอเพียงไม่ยอมแพ้

แล้วฉ้นก็ได้เรียนรู้..
ต่อให้ชีวิตต้องยากลำบากแสนสาหัสสักเพียงไหน
ขอเพียงไม่ยอมแพ้

แล้วฉันก็ได้เรียนรู้..
ฉันจึงมีวันนี้

อยู่ที่นี่ครบ 14 เดือนถ้วนแล้วค่าาาา ^^

.
.
.

เอาละ ไหนมาดูกันซิว่า
เกิดอะไรที่เป็นที่สุดบาง ตลอดช่วง 14 เดือนที่ผ่านมา
เริ่มกันเลยนะฮะ ^^

สุดที่ 1 :: ถึกที่สุด
ย้ายออกจากหอเข้ามพาร์ตเมนต์ด้วยตัวคนเดียว ทำทุกอย่างตั้งแต่ซื้ออาหารสด อาหารแห้ง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ตั้งแต่เข้าเวบหาแหล่ง เลือก ขับรถไปซื้อ ขนขึ้นรถ ลากขึ้นห้อง ประกอบชิ้นส่วน จัดที่จัดทาง จัดทุกอย่างเข้าที่ ติดต่อให้มาติดตั้งเคเบิลทีวี โทรศัพท์บ้าน อินเตอร์เนต ฯลฯ อีกจิปาถะ ด้วยตัวเอง ในขณะที่เพิ่งอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึง 5 สัปดาห์

สุดที่ 2 :: เพ้อเจ้อที่สุด
เข้าใจว่าด้วยความเหงาจัด ไม่ชินกับการอยู่แบบไม่มีครอบครัวและเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยเป็นเวลานานๆ เลยแอบคิดไปว่า คนที่มาวนเวียนให้เห็นเรื่อยๆ จะมาสนใจ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีคำพูดให้รู้สึกดี การกระทำอะไรเพียงน้อยนิดก็สามารถเอามาฝันหวานได้หมด เป็นอย่างนี้อยู่ ระยะนึง เพ้อเจ้อจริงๆ แตสุดท้ายก็ตาสว่างมานานมากแล้ว ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าคิดลงไปได้ไง -"-

สุดที่ 3 :: กังวลที่สุด
ด้วยความผิดพลาดในอดีตที่สั่นคลอนความมั่นใจ เกียรติ ศักดิ์ศรี ฯลฯ ทำให้ตั้งใจไว้ว่า มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ทุกอย่างจะต้องดีกว่าที่เคยเป็นมา ทำให้การเีรียน Quarter แรกเต็มไปด้วยความเครียดกดดัน ซ้ำร้ายยังเลือกลงวิชายากด้วยความไม่รู้ และเจอเพื่อนร่วมทำงานกลุ่มไม่ดี เพิ่มความกดดันซ้ำลงไปอีก

สุดที่ 4 :: ภูมิใจที่สุด
ต่อเนื่องจากสุดที่แล้ว แม้จะต้องเจอกับความเครียด ความกดดัน กังวลต่างๆ นานา แต่แล้วก็ผ่านพ้นมันมาได้ สามารถเอาชนะตัวเองได้ด้วย A 2 ตัว และ A- อีกตัว ทำให้้มีชื่ออยู่ใน Dean's List ตั้งแต่ Qaurter แรก โย่ โย่

สุดที่ 5 :: เฟล (Fail) ที่สุด
หลังจากฝันหวานว่าจะได้ฉลองวันเกิด 2 ที คือ กับเพื่อนใหม่ที่นี่ กับเพื่อนเก่าและครอบครัวที่บ้าน จึงจัดการว่าจะกลับบ้านหลังวันเกิด 1 วัน .. แต่สุดท้ายก็ทำให้ต้องเฟลอย่างที่สุด เมื่อมีตัวเปรียบเทียบอย่างแรงเป็นเจ้าของวันเกิดอีกคน เพื่อนรุ่นพี่จากสถาบันเดียวกัน แต่อยู่ที่นี่มานานแล้ว ทำให้มีเพื่อนฝูงมากมาย แถมแบตฯมือถือตัวเองยังหมดอีก ท่ามกลางผู้คนมากมาย ในขณะที่เจ้าของวันเกิดคนนึงกำลังมีความสุขที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูงมากมาย มีโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาดสาย เจ้าของวันเกิดอีกคนนึงกลับเศร้าสลดหดหู่ เสียใจที่ตัดสินใจผิด ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น พ่อโทรมาสุขสันต์วันเกิด ไม่ทันได้คุย มือถือก็ดับไปเสียแล้ว .. เป็นครั้งแรกที่เมามาก ไปร้องให้คนเดียวในห้องน้ำ ออกมาแล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัดสินใจเมาจะให้จบๆ กันไป เมาจนแฮงค์ข้ามไปอีกวัน ปวดหัวตลอดทั้งวัน เป็นวันเกิดที่จะจำไปจนตาย

สุดที่ 6 :: เฟล (Fail) ที่สุดของที่สุด
หลังจากที่กลับมาที่นี่อีกครั้ง จากที่ไม่เคยเกิดอาการเศร้า คิดถึงบ้าน สิ้นหวังถึงขีดสุด ก็ได้เจอจนได้ .. ตลอด 1 เดือนเต็มๆ นับจากวันที่พ่อแม่และน้องกลับไปหลังปีใหม่ ร้องให้ทุกวัน ทุกวันจริงๆ ตลอด 1 เดือน สมองเฝ้าคิดวนเวียนว่าทำไมถึงต้องพาตัวเองมาเจออะไรต่างๆ เหล่านี้ด้วย ทำไมต้องหาเรื่องใส่ตัว นี่น่ะหรือที่เคยคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ฉันมาทำอะไรที่นี่ คิดแม้กระทั่งถ้ากลับไปตอนนี้จะทำอะไร ห่างหายไปจากวงเพื่อนฝูง ปฏิเสธเกือบทุกคำชวน เก็บตัวอยู่กับตัวเอง อยู่กับห้อง ไม่มีอารมณ์แม้จะเล่นกับสัตว์เลี้ยง .. แต่จนแล้วจนรอด ทุกครั้งที่คิดอยากยอมแพ้ หน้าพ่อแม่ก็ลอยมา พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่อยากให้ท่านต้องเสียใจ สิ้นเปลืองเวลา เงินทอง ให้กับความคิดโง่ๆ อีก .. 1 เดือนแห่งความซึมเศร้า

สุดที่ 7 :: ประหลาดที่สุด
เพิ่งมาคิดได้ที่นี่เองว่า นับตั้งแต่เกิดและโตมาจนวันนี้พ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างดีขนาดไหน ได้เติบโตท่ามกลางสังคมดีๆ คนดีๆ ทำให้ไม่ค่อยมีภูมิต้านทานคนเลวสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะโตมาแบบเข้าอกเข้าใจผู้คนรอบข้าง โลก และสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่แล้วก็มีบทเรียนชีวิตอีกบทจนได้ .. แล้วก็ได้รับรู้ว่าคนแบบนี้ก็มีในโลก คนที่เมื่อแรกพบคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนที่ดีกันได้ ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นะ คนที่หยิบยื่นน้ำใจให้ไปแต่กลับได้ความเห็นแก่ตัว และแล้งน้ำใจเป็นสิ่งตอบแทน คนที่เจอเรื่องราวต่างๆ จนตัดสินใจไม่ขอคบเป็นเพื่อน คนที่ยังไม่สามารถตัดได้ขาดเสียทีเดียว เหตุเพียงเพราะพ่อแม่สอนมาให้เป็นคนดี มีมารยาทในสังคม คนที่ขยันสร้างความลำบากใจไม่เว้นแต่ละวันในการถือวิสาสะ เชิญตัวเองมาร่วมวงอยู่เรื่อยๆ คนที่เพื่อนพร่ำบอกอยู่ว่าเขามาสนใจ คนที่ฉันเฝ้าปฎิเสธคำบอกเล่าของเพื่อนเสมอว่าไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ฯลฯ .. และธาตุแท้ก็ปรากฏอีกครั้งหลังจาก ทริปที่ได้เที่ยวด้วยกัน ความในใจที่ถูกเปิดเผยจากการดูแลคนป่วย การเอาใจใส่ คำชวนไปนั่นนี่อย่างต่อเนื่อง ข้อความทั้งใน e-mail และ sms การแสดงความเอ็นดูที่น่าขยะแขยง .. จนกระทั่งถึงวันที่เขาคนนั้นตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางเดินใหม่อย่างเงียบๆ กลายเป็นความเงียบ เพิกเฉย ถูกกระทำเหมือนไร้ตัวตนท่ามกลางผู้คนมากมาย .. การกลับลำ เปลี่ยนความสนใจมากที่เ้พื่อนร่วมห้องของฉัน การกระทำที่เหมือนฉันมองคนนั้นกับตัวเองในกระจก การที่ฉันประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างเป็นทางการ กับผลข้างเคียงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกันออกมา จากกลุ่มเพื่อนที่สร้างมาเองกับมือด้วยน้ำใจและความจริงใจ .. สิ่งที่เจอกับตัวทำให้ฉันสะเทือนไม่น้อยเลย จนกระทั่งตั้งตนเป็นศัตรูอย่างชัดเจน ตั้งใจว่าจะตอกกลับไปให้สาสม แต่แล้วฉันก็ไม่สามารถทำเลวเทียบเท่าได้ .. ความจริงของสุดครั้งนี้ได้ปรากฏอีกครั้ง เมื่อเพื่อนร่วมห้องของฉันรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับที่ฉันเคยรู้สึก และลงท้ายด้วยการหันหลังให้กันและกัน อีกราย ..

สุดที่ 8 :: น้อยใจที่สุด
ฉันรู้ตัวดีว่าเป็นคนอ่อนไหว Sensitive โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่รัก ที่แคร์ .. ความน้อยใจจึงเกิดขึ้น เมื่อเพื่อน 2 คนที่ฉันพามาให้รู้จักกัน ตกลงปลงใจคบหากันในที่สุึด หนึ่งในนั้นคือเพื่อนที่ฉันถือว่าสนิทที่สุดในเมืองสีเทาในเวลานั้น .. ความดีใจที่ในที่สุดจะได้มีเพื่อนสนิทเพศเดียวกันที่นี่ มลายหายไป ความน้อยเนื้อต่ำใจเข้ามาแทนที่ ต่อไปนี้คงไม่มีเวลาให้กันเหมือนเก่า ต่อไปนี้คงต้องอยู่ตัวคนเดียว ปราศจากเพื่อนสนิทอีกครั้ง ต่อไปนี้อะไรๆ คงย้อนกลับไปที่เก่า ที่ซึ่งเดียวดายและซึมเศร้าแห่งนั้น ฉันต้องอยู่กับตัวเองคนเดียวอีกครั้ง .. คำพูดตรงไปตรงมา ได้รับคำตอบว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง หากฉันรู้ มันไม่มีทางเหมือนเดิมหรอก อย่างน้อย ฉันเองนี่ล่ะ ที่จะเดินห่างออกมา ด้วยไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร .. แต่แล้วการกระทำอย่างจริงใจของฉัน ก็ทำให้คนขี้หึงหาประเด็นมาเคืองกันจนได้ ถูกเคืองลับหลังที่ัฉันไม่รู้ว่าไปทำอะไรตอนไหน ถึงแม้จะขึ้หึงขนาดไหน หากฉันควรจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะคิดไปทางนั้นได้ ไม่ใช่หรือ แล้วมันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ

สุดที่ 9 :: น้อยใจที่สุดของที่สุด
สืบเนื่องมาจากสุดที่ 7 เป็นผลมาจากความจริงใจ ไม่หลอกตัวเองและคนอื่นของฉัน การสิ่งที่ได้รับคือ เหมือนถูกกันออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่สนิทที่สุด มิตรภาพที่สะสมมา ความจริงใจที่มีให้กัน ดูเหมือนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่ของคนนั้น ความเกรงใจของเพื่อนกลายเป็นดาบสองคม ทำให้ฉันถูกกันออกมา จะได้ไม่ต้องรู้เห็นการกระทำของคนนั้น กลายเป็นคนจริงใจต้องอยู่ตัวคนเดียว .. หลังจากการระงับสติอารมณ์ ฉันจึงตัดสินใจที่จะไม่แคร์ เสียเพื่อนได้ ก็สร้างใหม่ได้ ให้เหมือนกับที่เคยทำมาแล้ว ด้วยตัวตนของฉันแบบนี้นี่ล่ะ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันอยู่แล้ว อะไรๆ จะเป็น ก็ปล่อยให้มันเป็นไปเสีัยเถอะ ฉันออกมานอกกรอบแล้ว


สุดที่ 10 :: อ้วนที่สุึด
แว้กกก .. ประเด็นนี้ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเลย นิสียเสียสองอย่างที่เป็นต้นเหตุของที่สุดเรื่องนี้ .. หนึ่งคือ เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ง่ายเกินไป ง่ายจน อร่อยไปทุกอย่าง -"- สองคือ เวลาเครียดแล้วจะกินๆๆๆ และกิน ภายใน quater เดียวน้ำหนักก็พุ่งพรวด และเพิ่มอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกหลายเดือน จนกระทั่งถึงจุดอ้วนสุดในชีวิต -"- .. แต่ขอแสดงความยินดีกับตัวเอง ที่ตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้วนะคะ ^^"

สุดที่ 11 :: ซึ้งที่สุด
เพราะจากบ้านมาไกลเป็นระยะเวลานาน ต้องพึ่งพาตัวเองทุึกอย่าง และได้พบเจอการกระทำของคนหน้าใหม่ จึงได้เรียนรู้ว่า ครอบครัวและเพื่อนเก่า คือคนที่รัก จริงใจ และหวังดีกับเรามากที่สุด เห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่จากมันมา (ชั่วคราว) นี่เอง .. เมื่อปลายปีที่แล้วที่กลับไปบ้านตอนปิดเทอม แค่เอ่ยปากบอกแม่ว่าอยากตักบาตร เย็นวันเดียวกันนั้นก็มีอาหารสำหรับตักบาตรเตรียมพร้อมไว้บนโต๊ะ .. เมื่อเพื่อนเก่าหนึ่งในกลุ่มที่คบกันมานานกว่า 10 ปีจะแต่งงาน บรรดาเพื่อนๆ ก็กลับมารวมตัวกันเหนียวแน่นโดยไม่ได้นัดหมาย ส่งผลยาวนานให้ยังคงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง รู้ซึ้งว่า นี่ล่ะ คือกลุ่มคนที่เรารู้จักรู้ใจ รู้ตื้นลึกหนาบางกันจริงๆ .. เพื่อนเก่าอีกกลุ่มที่ตอนนี้กระจัดกระจาย บ้างก็ทำงาน บ้างก็เรียนอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แต่ความผูกพันยังคงเหนียวแน่น ยังคงติดต่อ รับรู้ ช่วยเหลือกันอยู่เ้สมอ นี่ล่ะ อีกกลุ่มที่รัก เข้าใจ และหวังดีกับเราจริงๆ .. ซึ้งดีมั้ยคะ :-)

สุดที่ 12 :: วงจรชีวิตเพี้ยนที่สุึด
ด้วยความที่ช่างละเอียด (ประชด) จึงไม่เคยดูก่อนสมัครเรียนว่าที่นี่ตารางเรียนเป็นยังไง มารู้อีกทีก็ตอนลงทะเบียนเรียน Quarter แรก จึงได้ตรัสรู้ว่า ทุกวิชาเริ่มเรียนตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป =_=' .. จากที่ไม่ชินอย่างแรงในตอนแรก จัดระบบชีวิตประจำวันไม่ถูก มั่วซั่วไปหมด จนพยายามนอนเร็วตื่นเช้า พยายามสำเร็จและไม่สำเร็จเป็นพักๆ จนในที่สุดก็ยอมแพ้ให้ระบบเพี้ยนแต่โดยดี ยอมมั่ง ไม่ยอมมั่ง ผลสุดท้ายเลยกลายเป็นคนสามารถถ่างตาอยู่จนสว่างคาตาได้เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเวลาว่าง (เวลลล) แต่เวลามีงานที่ต้องสะสางจริงๆ สมองมักจะปิดเร็วผิดวิสัย ^^" เจริญดีมั้ยคะ

สุดที่ 13 :: ขับรถที่สุด
อันนี้เมื่อไม่นานมานี่เอง อยู่ในช่วงปิดเทอม Summer ขับรถขึ้นไปหาคุณเจนที่แคนาดา แล้วก็ขับเทีั่ยวกันต่อไป Kelowna ต่อด้วย Banff แล้วก็ Jasper รวมระยะเวลา 7 วันแล้วได้ระยะทางกว่า 2,000 ไมล์ พิสูจน์ได้ว่า สถาบันที่ให้ปริญญาตรีมาสร้างความถึกให้จริงๆ ^^" .. บทพิสูจน์ความล้าของร่างกายที่ชัดเจนที่สุดคือ คืนหนึ่ง ณ ที่พักใน Jasper National Park ที่ควรจะเรียกว่าหมดสติ ตั้งแต่ 1 ทุ่ม ยาวไปจนถึง 8 โมงเช้า o_O" คิดดูแล้วกันนะคะ ว่าถึกขนาดไหน

สุดที่ 14 :: เหลือเชื่อที่สุด
เรื่องที่สุดเรื่องสุดท้าย แต่ไม่ได้หมายความว่ามีความสำคัญน้อยที่สุดแต่อย่างใด (หยอดซะ ^^") เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรื่องราวของความรักมักจะมาในเวลาที่เราคิดถึงมันน้อยที่สุด เกิดในรูปแบบที่เกินคาดคิด มันจะมาเมื่อถึงเวลาจริงๆ โดยที่ไม่มีสัญญาณใดๆ บอกล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย มาเร็ว และเกาะติดเหนียวแน่น มิหนำซ้ำยังมาในแบบที่ทำให้ความเชื่อ ทัศนคติบางอย่างที่สะสมอยู่กับตัวมานานถูกสั่นคลอน จนตัวฉันก็แทบจะไม่เชื่อในการตัดสินใจของตัวเองอยู่เหมือนกัน .. ยังไงก็ช่างเถอะค่ะ ตัดสินใจไปแล้ว และคิดว่าตัดสินใจถูกต้องในระดับหนึ่ง ในเมื่อมาถึงวันนี้แล้ว ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดเรื่องที่มาอีกต่อไป ปัจจุึบันทำให้ดีเข้าไว้ ถึงแม้อนาคตยังไม่รู้ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปแล้วกันนะคะ ^^




ลมหนาวและดาวเดือน - ปนัดดา เรืองวุฒิ
... ไม่รู้ค่ำคืนนี้ เมื่อเธออยู่ตรงนั้น จะเห็นดาวดวงเดียวกัน กับฉันไหม สักครั้งที่เธอเห็น แสงดาวทอประกาย ก็ยังเหมือนเรา ได้พบกัน ดึกดื่นคืนร้าง น้ำค้างยอดหญ้าคา ไหลลู่ลงมา สะท้อนแสงจันทร์ อยากหยุดเดือนดาว เก็บลมหนาวไว้นานๆ เพราะเธอจะมา อยู่ในหัวใจ ...



ป.ล.
1. วันนี้ทรหดแบบไม่มีเหตุผล -"- ขณะนี้เวลาท้องถิ่น 7:26am
2. HBD น้องหนูบัวบาน เอ้ย ใบบัวในนี้อีกทีนะจ๊ะ หลานอี๊ 1 ขวบถ้วนแล้ว ^^
3. วันพุธนี้ ปิดเทอม 6 สัปดาห์จะหมดแล้ว ฮือๆๆ T^T
4. ง่วงงง ฮือๆๆๆ (เพื่อไรเนี่ย -"-)


edit @ 2005/09/19 21:59:48

2005/Sep/11




ฉันรู้สึกเบื่อตัวเอง

ไม่ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด
แต่ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นคนดีเกินไป
ดี อย่างไม่มีขีดจำกัด
ดีัเพื่อคนอื่น .. แต่ไม่ได้ดีเพื่อตัวเอง
ช่างเข้าอกเข้าใจ ให้อภัย และยอมรับ
สรรหาเหตุผลร้อยแปดมาไขข้อสงสัยในตัวคนอื่น

สิ่งหนึ่งที่ฉันยึดไว้ในใจอยู่้เสมอ
ใช่ ฉันดี .. แต่จะดีกับคนที่ดีด้วย
คนที่ร้ายมา ฉันไม่ยอมเสียเปรียบ .. ฉันเอาคืน

หากวันนี้ ฉันกลับทำไม่ลง
ฉันไม่สามารถทำเลวได้อย่างนั้น
ไม่สามารถตอกกลับไปอย่างสาสมได้
เพราะฉันไม่ใช่คนเลวแบบนั้น

คนหนึ่งทำสิ่งดีๆ ให้ แต่ก็ไม่อาจวางใจได้ว่า ดีจริง
หากฉันยังคง เชื่อ ว่าฉันอาจคิดมากเกินไป

คนหนึ่งไม่เคยเห็นว่าดีในสายตา แต่พยายามปรับความคิดเมื่อเห็นถึงการกลับตัวกลับใจ
แต่แล้วเวลาก็ได้พิสูจน์ถึงตัวตนที่แท้จริง
และฉันเชื่อ ในการตัดสินใจของฉัน

คนอีกหลายคนที่เริ่มต้นด้วยความรู้สึุกดีๆ
หากสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามากระทบ ทำให้แง่มุมต่างๆ ถูกเปิดเผย
ฉันยังคงคิดอยู่ว่าควร เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ความรู้สึกดีัๆ ในระหว่างเรา

.
.
.

อีกแล้ว วันนี้ฉันเอาอีกแล้ว
ฉันเบื่อตัวเอง

คนที่ฉันได้ตัดสินใจจะตัดขาดจากสารบบของชีวิตฉัน
สุดท้าย ฉันยังไม่สามารถทำได้เด็ดขาด
ไม่ใช่ว่าฉันมีเยื่อใยหรอกนะ
เยื่อใยน่ะ มันไม่เคยเกิดตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว
แต่มันหงุดหงิดหัวใจ ที่หนีไม่พ้นจากคนที่อยู่คนละโลกกับฉัน
คุณธรรมในจิตใจที่พ่อแม่เฝ้าปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก ทำให้ฉันต้องเจอภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

น้ำใจจอมปลอม ที่ได้รับ
น้ำใจแท้จริง ที่สนองกลับไป
ความเป็นคนดีจะทำให้ฉันต้องพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อยากเจอที่สุด
ทั้งๆ ที่ไม่เคยอยาก ไม่เคยแม้แต่จะคิด เอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง
แต่หน้าที่ของคนดียังค้ำคอ

.
.
.

หวังว่าสักวัน ฉันคงสามารถทำตัวเลวได้ในเวลาที่เหมาะสม ดังเช่นคนอื่นทั่วไป
จะได้ไม่ทำให้คนอื่นสบายใจ แต่ตัวเองอึดอัดใจ
อย่างที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ...




edit @ 2005/09/11 18:32:10